1 มิถุนายน 2569
ถาม: ถ้าที่ดินของเรากลายเป็นอุทยานฯ....แล้วไงต่อ?
ตอบ: ก็เตรียมตัวถูกบังคับใช้กฎหมายอุทยานฯ ได้เลย
หลายคนคงสงสัยว่า ถ้าอยู่ๆ วันหนึ่งที่ดินทำกินของเราต้องกลายเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป อะไรจะเกิดขึ้น? ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?
บางคนอาจเคยถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บอก (เกลี้ยกล่อม) ว่า “ให้ยอมๆ เข้าเขตอุทยานไปนะ แล้วเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะอะลุ่มอล่วยให้เข้าไปกรีดยางได้ เก็บทุเรียน เก็บลองกองได้เหมือนเดิม” แล้วมันจะเหมือนเดิมจริงไหมหนอ?
คำตอบทั้งหมดอยู่ในกฎหมายอุทยาน หรือ “พระราชบัญญัติอุทยานแห่งขาติ พ.ศ. 2562”
หากที่ดินของเรากลายเป็นเขตอุทยานฯ เราก็จะถูกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยทันที กล่าวคือ เราจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปทำกินอย่างเด็ดขาด ตามมาตรา 19 ใน พรบ.อุทยานฯ และหากเราฝ่าฝืน ก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก ติดคุกหลายปี ถูกปรับเงินเป็นแสน ดังที่ระบุไว้ใน หมวดที่ 6 บทกำหนดโทษ มาตรา 41 ที่ว่า
“มาตรา ๔๑ ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ (๑) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าได้กระทำในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ หรือพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๒ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือพื้นที่เปราะบางของระบบนิเวศหรือความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งกึ่งหนึ่ง”
นี่ยังไม่รวมถึงหมวดที่ 5 ของ พรบ.อุทยานฯที่ให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่อย่างล้นเหลือในการตรวจค้น ยึด รื้อถอน ทำลาย ทรัพย์สินของเราในเขตอุทยานฯ ราวกับเป็น “กฎหมายพิเศษภาคป่าไม้” ที่ไม่ต่างจากกฎหมายพิเศษชายแดนใต้ที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างล้นเหลือ จนเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติสุขในทุกวันนี้ (เรื่องอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทางเพจจะนำเสนอในลำดับต่อไป)
=======
ดู พระราชบัญญัติอุทยานแห่งขาติ พ.ศ. 2562 ได้ที่ https://kasets.art/63XwSX