Tanah Kita Network จัดเวทีเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง #สิทธิในที่ดินทำกิน ที่บ้านน้ำหอม ดุซงญ
เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้จัดเวทีเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน ที่บ้านน้ำหอม ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยมี คุณบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน Assembly of the Poor เป็นวิทยากรหลัก
บ้านน้ำหอมตั้งอยู่ในเขตภูเขา เป็นชุมชนที่มีอายุประมาณ 80-100 ปี ชาวบ้านประกอบอาชีพทำสวนผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนทุเรียนซึ่งสร้างรายที่ได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่ชาวบ้านน้ำหอมในปัจจุบัน
เนื่องจากความห่างไกลและความยากลำบากของการคมนาคมในอดีต จึงไม่มีชาวบ้านน้ำหอมรายใดที่มีโอกาสได้ทำเอกสาร สค. 1 เลย และบริเวณนี้ก็เคยมีการเข้ามาทำไม้โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ขณะที่ในช่วงเวลาต่อๆ มาทางการก็ไม่เคยดำเนินการใดๆ ที่จะช่วยทำให้ชาวบ้านได้มีเอกสารสิทธิและความมั่นคงในที่ดินเลย
หลายปีที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้พยายามติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อขอเอกสารสิทธิในที่ดิน แต่ก็ถูกปฎิเสธ โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นี่เป็น “ป่า 2484” และติดเรื่อง “ความลาดชัน” จึงออกเอกสารสิทธิไม่ได้ นอกจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังอ้างว่าพื้นที่บางส่วนเป็นเขตเตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปด้วย ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้แท้จริงเป็นสวนไม้ผลของชาวบ้านน้ำหอมราว 30-40 ราย
ที่ผ่านมา แม้ว่าจะยังไม่เคยมีชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีจากการที่รัฐมาอ้างพื้นที่ป่า แต่ก็ปรากฎว่ามีกรณีที่เจ้าหน้าที่มาตัดฟันทำลายต้นทุเรียนและพืชผลอื่นๆ ของชาวบ้านในบางครั้ง
ในเวทีฯ นี้ ได้มีการพูดคุยกันถึงความหวัง/ความฝันของชาวบ้านที่ต้องการสิทธิและความมั่นคงในที่ดินทำกินอันจะนำมาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งวิทยากรยังได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงสาเหตุทางนโยบายและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการที่ชาวบ้านจะได้เอกสารสิทธิหรือมีความมั่นคงในที่ดิน รวมทั้งยังได้มีการแลกเปลี่ยนและวางแผนร่วมกันเพื่อผลักดันสิทธิและความมั่นคงในที่ดินต่อไป
การบรรยายโดยคุณบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน
ความยาว 2:10 นาที
รัฐมักบอกว่า พวกเราอยู่ใน “ป่า” จึงไม่สามารถออกโฉนดให้พวกเราได้ แต่สำหรับพวกเราที่นี่ไม่ใช่ป่า แต่ที่นี่คือ หมู่บ้านของเรา มัสยิดของเรา กุโบร์ของเรา โรงเรียนของเรา และ ที่ดินทำกินของเรา
เราขอถามรัฐว่า “ป่า” คืออะไรกันแน่??? ถ้าตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 “ป่า” คือที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน ซึ่งตามนิยามนี้ที่ดินจำนวนมากในเขตเมืองของประเทศนี้ก็คือ “ป่า” ทั้งที่อาจไม่มีต้นไม้สักต้น
มันยุติธรรมแล้วหรือที่รัฐจะเอานิยามตาม “ป่า” กฎหมายนี้ (ซึ่งเป็นกฎหมายที่เดิมออกมาเพื่อให้รัฐมีอำนาจในการอนุญาตสัมปทานป่า) มาใช้กับเรา เพื่อเป็นข้ออ้างที่จะไม่ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน/โฉนดให้เรา เพื่อจะได้อ้างต่อไปว่านี่เป็นที่ดินของรัฐ ที่รัฐจะสามารถเอาไปจัดการอย่างไรก็ได้ ดังที่ผ่านมาในยุค คสช. รัฐมีการเอา พรบ.ป่าไม้ 2484 มาใช้เครื่องมือในการไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ตาม “นโยบายทวงคืนผืนป่า” รวมทั้งการที่รัฐกำลังจะเอาพื้นที่ “ป่า” ตามนิยามของ พรบ.ป่าไม้ 2484 มาเป็น “ป่าอนุรักษ์” ดังกรณีการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปทับลงบนที่ดินทำกินของพวกเรานั่นเอง