กสม.แจ้งผลการประสานการคุ้มครองสิทธิ 'กรมอุทยานฯ ชะลอการประกาศแนวเขต' Tanah Kita Network ชี้ กรมอุทยานฯ ยังคงไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
กสม.แจ้งผลการประสานการคุ้มครองสิทธิ 'กรมอุทยานฯ ชะลอการประกาศแนวเขต' Tanah Kita Network ชี้ กรมอุทยานฯ ยังคงไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
เมื่อ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้รับหนังสือแจ้งผล #การประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เราจึงขอแจ้งผลความคืบหน้าให้ทราบดังนี้
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ตัวแทน Tanah Kita Network ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมุนษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่าการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ และการดำเนินการขาดการมีส่วนร่วมนั้น จากการร้องเรียนนี้ ทำให้ทาง กสม. ดำเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และต่อมา กสม. ได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพปัญหาและพูดคุยกับประชาชนผู้เดือดร้อน รวมทั้งประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดนราธิวาสเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
ในหนังสือการแจ้งผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ระบุว่า “กรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี ให้ชะลอการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยแต่งตั้งคณะทำงานในระดับพื้นที่เพื่อสำรวจแนวเขตพื้นที่และบุคคล ทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อรักษาพื้นที่ป่าไม้อันเป็นประโยชน์สาธารณะ และปัจจุบันไม่ปรากฏว่ามีการจับกุม ดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่อีก” ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบผลประสารการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนี้เมื่อวันที่ 16 มถุนายน 2567 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ Tanah Kita Network ขอขอบคุณที่ กสม. ดำเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามข้อร้องเรียน แต่อย่างไรก็ดี Tanah Kita Network มีความเห็นว่าทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไม่ให้ทับที่ดินทำกินของประชาชนนั้น กรมอุทยานฯ สามารถทำได้ทันทีตามกฎหมายโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะทำงานในระดับพื้นที่ขึ้นมาให้ยุ่งยากและเป็นภาระประชาชนแต่อย่างใด ที่ผ่านมา Tanah Kita Networkได้แสดงถึงเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะทำงานในระดับพื้นที่ไว้อย่างละเอียดในหลายสเตตัส อาทิ ใน https://www.facebook.com/photo/?fbid=122185697870075681&set=a.122110301630075681
และส่งหนังสือคัดค้านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ส่วนที่ทางกรมอุทยานฯ อ้างว่า “ปัจจุบันไม่ปรากฏว่ามีการจับกุม ดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่อีก" นั่นก็เป็นเพราะว่าที่จริงกรมอุทยานฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการจับกุมดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น เพราะที่นี่ยังไม่ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแต่อย่างใด ขณะที่การจับกุมดำเนินคดีกับประชาชนที่ผ่านเป็นการดำเนินของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่สำคัญ “การไม่มีการจับกุมดำเนินคดีประชาชนในพื้นที่” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการข่มขู่ สร้างความหวาดกลัว หรือการรีดไถเงินเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี (จากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เช่น พรบ.ป่าไม้ 2484 ) แต่อย่างใด