ที่มา: Wartan ที่มา: Wartani (17-11-2023)
ที่มา: Wartan ที่มา: Wartani (17-11-2023)
ที่ปรึกษาประธานรัฐสภาฟันธง!! การประกาศเขตอุทยานฯ ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
“อารีเพ็ญ” ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ฟันธง!! การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน พร้อมเสนอกลไกรัฐสภามีบทบาทคลี่คลายปัญหา
Tanah Kita Network หรือ "เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป" ร่วมกับ สมัชชาคนจน และ เครือข่ายนักวิชาการศึกษานโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนศ.จชต.) ได้จัดประชุมระดมความเห็นต่อแผนปฏิบัติการ "โครงการส่งเสริมและปกป้องสิทธิในที่ดินเพื่อรากฐานของสันติภาพชายแดนใต้ (พื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป)" โดยมีตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จาก 8 ตำบลในเขต ต.ซากอ ต.เชิงคีรี และ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร ต.เฉลิม ต.กาลิซา และ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ และ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เข้าร่วม พร้อมด้วยตัวแทนจากภาควิชาการและภาคประชาสังคม ในฐานะที่ปรึกษาเครือข่าย การประชุมนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 ณ สถาบันสถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
ในการนี้ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายสุธีรพันธ์ สุขวุฒิชัย ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา และคณะ ได้เดินทางมารับฟังปัญหาและรับหนังสือร้องเรียนจาก Tanah Kita Network ที่ส่งถึงประธานรัฐสภา
ทั้งนี้ ในหนังสือถึงประธานรัฐสภา ได้ระบุถึงความเดือดร้อนจากการเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เนื่องจากชาวบ้านยังไม่ทราบถึงแนวเขตที่จะกำหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปว่าอยู่ตรงไหน และแนวเขตนั้นได้รุกล้ำเข้ามายังที่ดินทำกินของชาวบ้านหรือไม่ ที่สำคัญชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้และไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดรับฟังความคิดเห็นตามข้อบังคับ ที่ทางกรมอุทยานฯ อ้างว่าได้จัดไปแล้วเมื่อกลางปี 2565 อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องการเตรียมประกาศเขตอุทยานฯ มาเข้มงวดในการตรวจตรา จับกุม จนชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปในสวนของตนเอง
นอกจากนั้น ในหนังสือร้องเรียนถึงประธานรัฐสภายังได้ระบุถึงปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน แม้ชาวบ้านจะตั้งถิ่นฐานมานานกว่า 100 ปีแล้ว โดยที่ดินถือครองของชาวบ้านถูกรัฐตีความอย่างผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายให้เป็นกลายพื้นที่ “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 (มาตรา 4 (1)) อันทำให้ทุกคนกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมได้ตลอดเวลา ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ใช้ข้ออ้างนี้มาข่มขู่รีดไถเงินจากชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ ที่สำคัญไม่สามารถโค่นต้นยางแก่และรับการสงเคราะห์จากการยางแห่งประเทศไทยได้ดังเดิม ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) ก็ไม่สามารถเข้าไปบำรุงรักษาหรือจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ในพื้นที่ได้ ทำให้ชาวบ้านถูกจำกัดการพัฒนาอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ
นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เจอกับชาวบ้านที่ได้รับเดือดร้อนจากการเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป พวกเขาเป็นชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานมาเป็นเวลาเกือบร้อยปีหรือมากกว่า ทั้งนี้ ตนเห็นว่ากลไกทางรัฐสภาสามารถเข้ามามีส่วนในการคลี่คลายปัญหาและชะลอการประกาศเขตอุทยานฯ ไปก่อน โดยอาจทำผ่านช่องทางคณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญ และการให้ ส.ส. ในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาสช่วยหารือหรือตั้งกระทู้ถามในสภา ตนขอยืนยันว่าในการประกาศเขตอุทยานฯ จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน อุทยานฯ ต้องไม่ถูกประกาศเขตโดยยังทับที่ทำกินของชาวบ้าน นายอารีเพ็ญยังกล่าวอีกว่า ปัญหาที่ดินนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวบ้านครอบครองที่ดินมานานนับร้อยปี กฎหมายมาทีหลัง รัฐควรต้องมีความตระหนักรู้ในความละเอียดอ่อนนี้ให้มาก
i