5 กรกฎาคม 2569
เมื่อวาน ( 4 กรกฎาคม 2569 ) เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินฯได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชาวบ้านอย่างน้อย 2 กรณีที่ได้แสดงความเห็นในเวที “ถอดบทเรียนรอบ 3 ปี การจัดการความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน: กรณีการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซ๊โป” เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมดุซงรายา องค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ภายในงานมีเวทีเสวนาที่วิทยากรประกอบไปด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน อาทิ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) นิติกรของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส รองเลขาธิการ ศอ.บต. และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในช่วงถาม-ตอบได้มีชาวบ้านหลายรายที่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซ๊โป ได้ลุกขึ้นแสดงความกังวลหรือตั้งคำถามต่อการกำหนดแนวเขตอุทยานฯ ภายหลังจากวันงานดังกล่าว พบว่ามีการตามไปข่มขู่คุกคามชาวบ้านที่ร่วมแลกเปลี่ยนซักถามในเวทีรายละเอียดดังนี้
.
กรณีแรกเหตุเกิดช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 ชาวบ้านในพื้นที่บ้านซีโป ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีบุคคลไม่ทราบฝ่ายเข้าไปพูดคุยซักถามชาวบ้านที่แสดงความคิดเห็นในงานเวที ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวและกังวลต่อการแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
.
กรณีที่สอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 – 12.00 น. ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านบีโล๊ะ ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส มีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 5 ราย โดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถกะบะ 4 ประตู ) ปรากฎสัญลักษณ์ตราประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขับเข้ามาในหมู่บ้านและได้ประสานผ่านผู้ใหญ่ เพื่อให้เรียกตัวชาวบ้านซึ่งเป็นสตรีที่เคยแสดงความเห็นในเวทีดังกล่าว ให้มาพบ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเธอมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ทำการซักถามในลักษณะกดดันและตรวจสอบว่า 1) เธอมีที่ดินทำกินบนภูเขาหรือไม่ และ 2) เธอมีเหตุผลและแรงจูงใจอะไรในการแสดงความคิดเห็นคัดค้าน ทั้งนี้ ในระหว่างการซักถามที่ยาวนานนับชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกวีดีโออยู่ตลอดเวลา เมื่อเธอถามว่าบันทึกวิดีโอทำไม เจ้าหน้าที่ตอบว่าบันทึกไว้เพื่อรายงานให้ “นาย” ทราบ โดยเธอไม่ได้รับการยินยอมในการบันทึกวิดีโอแต่อย่างใด
.
ทั้งสองรายถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่ คุกคาม สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้าน และละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีการคุกคามถึงที่พักอาศัยในลักษณะของการเฝ้าติดตามโดยเจ้าหน้าที่ กระบวนการเหล่านี้เป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือและการตีตราให้กับชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิในที่ดิน การกระทำของเจ้าหน้าที่เช่นนี้เป็นการทำลายพื้นที่ทางสังคมในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่
.
อย่างไรก็ตามเครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอให้มีหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ให้รับทราบถึงพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาและกำกับไม่ให้มีการละเมิดสิทธิประชาชนที่ออกมาตั้งคำถามต่อการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอีกโดยเด็ดขาด เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิเหนือที่ดินของตนและชุมชน