28 สิงหาคม 2568
การจัดรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ข้อมูลชัดเจน เป็นระบบ ไม่ลุกลี้ลุกลน มีสักขีพยาน อุทยานฯ ซีโปควรเอาเป็นตัวอย่าง
จากปัญหาอุทยานแห่งชาติทับลานซ้อนทับที่ดินทำกินที่สร้างความเดือดร้อนแก้ประชาชนใน จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี และ จ.สระแก้ว มานานหลายสิบปีนั้น ปัจจุบันกระบวนการแก้ไขปัญหาอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญ นั่นคือ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
การรับฟังความคิดเห็นนี้ เป็นการตระเวนจัดเวทีในระดับตำบลตลอดเดือนสิงหาคม 2568 นี้ โดย “คณะทำงานพิจารณาเสนอแนวทางเกี่ยวกับประเด็นข้อร้องเรียนกรณีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการกำหนดเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน” ภายใต้ “คณะอนุกรรมการอิสระเพื่อศึกษากำหนดแนวทางมาตรการเร่งรัดปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ”
น่าสนใจว่า ในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นแต่ละครั้ง มีการแจ้งกำหนดการให้ประชาชนทราบล่วงหน้า มีการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วม ทั้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สจ. ผู้นำศาสนา ฯลฯ ในเวที คณะทำงานได้แจ้งวัตถุประสงค์ให้ประชาชนทราบชัดเจน โดยคณะทำงานจัดเวทีประกอบด้วยบุคคลจากหน่วยงานที่มีความเป็นกลาง น่าเชื่อถือ และมีสักขีพยานสังเกตการณ์เวที
ในเวทีคณะทำงานได้ไล่เลียงที่มาที่ไป และกระบวนการแก้ไขปัญหาที่รัฐได้ดำเนินการ พร้อมกับให้การรับรองว่าทุกความคิดเห็นและเหตุผลของชาวบ้าน จะถูกส่งต่อไปคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพื่อนำไปปรับแผนที่แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่สำคัญมีการถ่ายทอดสดเวทีรับฟังความคิดเห็นผ่านสื่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเสียงของพวกเขาจะไม่ถูกลืมหายไป
ตัดภาพกลับมาที่การจัดรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ที่เมื่อกลางปี 2565 ทางอุทยานฯ ได้ดำเนินการไปแล้วโดยที่ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ทราบเรื่องเลย หรือปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ที่ทางอุทยานฯ ลุกลี้ลุกลนจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรายหมู่บ้านใน ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งต่างล้วนไม่มีกระบวนการใดๆ ที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่อาจต้องสูญเสียที่ดินจากการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปได้
การจัดรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปทั้งสองครั้งเป็นไปด้วยความรวบรัด และไม่มีการแจ้งต่อประชาชนว่า นี่คือการจัดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งผลจากเวทีจะส่งอย่างสำคัญตามกฎหมายต่อการกำหนดแนวเขตอุยานแห่ชาติน้ำตกซีโป ที่สำคัญเป็นการจัดประชุมแบบ “ปิดประตูตีแมว” ที่ชาวบ้านที่มาร่วมไม่อาจปฎิเสธอะไรได้ อีกทั้งยังเป็นการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่มีสักขีพยานจากหน่วยงานภาคนอกที่จะมาช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวบ้าน
ดังนั้น กระบวนการประชุมรับฟังความคิดเห็นตามที่ทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) ได้ทำไป จึงไม่นำมาสู่การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนได้อย่างแน่นอน หัวหน้าอุทยานซีโปฯ และ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี จึงควรที่จะต้องรีบเรียนรู้จากกระบวนการจัดรับฟังความคิดเห็นกรณีอุทยานแห่งชาติทับลานข้างต้นเพื่อนำมาสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริง
=================
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9904615
https://www.facebook.com/share/p/12L2L27zLGg/
ดูคลิปตัวอย่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นฯ ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ที่
https://www.facebook.com/share/v/1Ahbgb4MAM/
https://www.facebook.com/kitchaphatt/videos/1451505999307872