การจัดการที่ดินตามแนวทาง “คทช.” หรือ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ถือเป็นแนวทางหลักของรัฐบาลตั้งแต่ยุค คสช.เป็นต้นมา ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา “ราษฎรทำกินในที่ดินของรัฐ”
แต่อย่างไรก็ดี การจัดที่ดินตามโครงการ คทช. นี้กลับไม่ได้เป็นไปเพื่อแก้ไขคนจนไม่มีที่ดินทำกิน แต่กลับเป็นโครงการฯ ที่จะนำที่ดินไปปลูกป่า เพื่อเป็นพื้นที่เก็บกักคาร์บอนตาม “โครงการคาร์บอนเครดิต” โดยใช้ชาวบ้านที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ปลูกต้นไม้ให้
ที่สำคัญ โครงการ คทช. เป็นการกำหนดนโยบายจากบนลงล่าง ภาคประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทาง เป็นการผูกขาดทรัพยากรที่ดินโดยกรมป่าไม้ การมีขั้นตอนขออนุญาตที่ยุ่งยากซับซ้อนจนทำให้ประชาชนไม่มีความมั่นคงในที่ดิน อีกทั้งเจ้าหน้าที่รัฐในระดับปฏิบัติการก็ไม่เคยให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไปว่าจะได้สิทธิในที่ดินหรือสามารถทำกินได้จนชั่วลูกชั่วหลาน
ยังไม่นับรวมถึงปัญหาความไม่โปร่งใส การทุจริตของเจ้าหน้าที่ ที่ทำให้เกิดการถือครองที่ดินจำนวนมากโดยคนเพียงไม่กี่คน ดังกรณีมีข่าวกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาปลูกทุเรียนนับพันไร่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยที่ดินบางส่วนอยู่ระหว่างการสำรวจรายชื่อราษฎร เพื่อให้เข้าทำกินอย่างถูกต้องภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)
โครงการจัดที่ดินทำกินตามแนวทาง คทช. เริ่มถูกเอามาใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ดินทำกินของประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าเขาตามวิถีการดำรงชีพมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ โดยรัฐไทยได้เหมารวมว่าเป็นที่ดินทำกินเหล่านี้เป็น “ที่ดินของรัฐ” หรือเป็น “ป่าอนุรักษ์”
แนวทาง คทช. กำลังจะส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อพี่น้องประชาชนชายแดนใต้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่พวกเราจะต้องทำความเข้าใจและรู้เท่าทัน คทช. เพื่อจะหาทางรักษาวิถีชีวิตบนฐานทรัพยากรที่ดินของเรา (Tanah Kita) ให้ยั่งยืนสืบไป
ในการนี้ เพจนิเวศวิทยาการเมืองชายแดนใต้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านบทสัมภาษณ์คุณบารมี ชัยรัตน์ (ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และที่ปรึกษา Tanah Kita Network) เกี่ยวกับ ที่ดิน คทช. ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่นิวส์ ตามลิงค์ข้างล่างนี้ รวม 8 ตอน
ที่มา: เพจนิเวศวิทยาการเมืองชายแดนใต้
(15 มีนาคม 2568)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=667880449088678&set=a.180465247830203