4 กรกฎาคม 2568
พี่น้องประชาชนรอบเขาเมาะแตพึงระวัง อย่ายอมให้ที่ดินของเราแม้แต่ตารางนิ้วเดียวถูกแย่งยึดไปเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
ขณะนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำลังเร่งรีบสำรวจที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนใน 8 ตำบลของอำเภอระแงะ จะแนะ ศรีสาคร และ รือเสาะ จ.นราธิวาส อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาที่ประชาชนได้เคยร้องเรียนว่า แนวเขตที่เตรียมจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปซ้อนทับที่ดินทำกินของประชาชน และอ้างว่าการสำรวจนี้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแล้ว
ทาง Tanah Kita Network เองก็อยากให้การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปจบลงด้วยดี ด้วยการที่ทางการขยับแนวเขตที่จะกำหนดเป็นอุทยานฯ ออกไปให้พ้นจากที่ดินของประชาชนในทุกๆ ชุมชนหมู่บ้านรอบเทือกเขาเมาะแต แต่เราไม่อาจไว้ใจหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐไทยได้ เพราะพวกเขาย่อมนึกถึงแต่ตำแหน่งหน้าที่การงานและผลประโยชน์ของตนเอง มากกว่าจะคำนึงถึงชีวิตและความเดือดร้อนประชาชน
ดังนั้น พี่น้องประชาชนรอบเขาเมาะแต จึงต้องตระหนักไว้ว่า
1) อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปยังไม่ได้มีการประกาศจัดตั้ง ดังนั้น จึงไม่มีประชาชนรายใดที่ทำกินในพื้นที่อุทยานฯ (แต่เจ้าหน้าที่มักพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเองกำลังทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ชาวบ้านเกรงกลัว)
2) การจัดทำแนวเขตอุทยานฯ ใหม่มีความไม่ชอบมาพากล เพราะแทนที่จะเดินสำรวจเพื่อกำหนดแนวเขตอุทยานฯ ร่วมกับแต่ละชุมชน แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ กลับดำเนินการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนแต่ละรายแทน
3) เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่มีอำนาจในการบังคับให้ประชาชนแสดงบัตรประชาชนและลงนามในเอกสารแบบฟอร์มขณะทำการสำรวจรายแปลง
4) เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สร้างแรงกดดันต่อเจ้าของที่ดินว่า หากใครไม่เข้าร่วมสำรวจการถือครองที่ดิน ที่ดินแปลงนั้นๆ ก็จะถูกกำหนดให้เป็นอุทยานฯ
5) ขณะทำการสำรวจที่ดินรายแปลง เจ้าหน้าที่มักถือโอกาส “ขอ” ที่ดินบางส่วนจากผู้ถือครองให้เป็นอุทยานฯ และประชาชนชาวบ้านก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ
6) เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จัดทำแนวเขตอุทยานฯ ด้วยเครื่องมือ GPS ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลดาวเทียม โดยไม่ได้แสดงแนวเขตหลักฐานบนพื้นดิน ประชาชนจึงยังคงไม่รู้ว่าแนวเขตอุทยานฯ ได้ถูกขยับไปพ้นที่ดินของตนแล้วจริงหรือไม่ (มีเพียงคำยืนยันจากลมปากเจ้าหน้าที่ว่าขยับหมุดใน GPS ให้แล้ว)
7) เจ้าหน้าที่กลบเกลื่อนปิดบังกระบวนการขั้นตอนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยเจ้าหน้าที่พยายามทำให้ประชาชนเข้าใจไปว่า การสำรวจการถือครองที่ดินรายแปลงคือการแก้ปัญหาขั้นสุดท้ายและเจ้าหน้าที่จะกันที่ดินประชาชนออกจากกำหนดเขตอุทยานฯ อย่างแน่นอน โดยปิดบังความจริงที่ว่า ทางการจะต้องพิสูจน์สิทธิและความต่อเนื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินของที่ดินแต่ละแปลงก่อน
8. ที่ดินแปลงที่เจ้าของไม่ได้ทำประโยชน์มานานแล้ว (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของแปลงเกรงกลัวการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ จึงไม่ได้กล้าขึ้นมาดูแลสวนหรือเก็บผลผลิตอีก) และตั้งอยู่ท่ามกลางที่ดินของสมาชิกรายอื่นในชุมชน ที่ดินแปลงนั้นๆ ไม่ควรถูกกำหนดเป็นอุทยานฯ แต่ควรเป็นสมบัติส่วนรวมที่บริหารจัดการโดยชุมชน หรือควรกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลต่อไป
+++ที่ดินทำกินของเราคือสมบัติและทรัพย์สินของเรา ที่ดินของพวกเราไม่ใช่ป่า รัฐไทยไม่มีสิทธิมาแย่งยึดที่ดินของเราไปเป็นอุทยานแห่งชาติ+++
#setzeroแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
#สิทธิและความมั่นคงในที่ดินคือรากฐานหนึ่งของสันติภาพชายแดนใต้
#อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปต้องไม่ประกาศทับที่ดินทำกินประชาชน
#นราธิวาส #ปัญหาที่ดินชายแดนใต้ #อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป_เตรียมการ #อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป #เอกสารสิทธิในที่ดิน
#ป่า2484ไม่มีอยู่จริงมีแต่ที่ดินของเรา #ที่ดินของเราไม่ใช่ป่า