5 สิงหาคม 2569
ยินดีกับข่าวดี แต่ เอ๊ะ! ทำไมเราต้อง "ขออนุญาต" ใช้ประโยชน์ในที่ดินของเราเอง???
Tanah Kita Network ขอแสดงความยินดีกับชุมชนบ้านลูโบ๊ะยือริง ที่มัสยิดดารุลฮูดาและศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิด (ตาดีกา) กำลังจะได้รับใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ตามกฎหมาย ซึ่งหมายความว่ามัสยิดและตาดีกาจะได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง สามารถเข้าถึงงบประมาณ การสนับสนุน และสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้อย่างที่ควรจะเป็น
ความคืบหน้าครั้งนี้เกิดจากการผลักดันร่วมกันของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริหาร สมาชิกสภา และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพตที่ทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งการติดตามเรื่องจากนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.ในเขตพื้นที่ และอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งได้นำประเด็นนี้เข้าสู่เวที "รัฐสภาพบประชาชน" เมื่อปี 2567
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข่าวดีนี้กลับสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะคำถามสำคัญคือ เหตุใดมัสยิดและตาดีกาที่ตั้งอยู่ในชุมชนมานานหลายสิบปี จึงต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้เสียก่อนจึงจะมีสถานะถูกกฎหมาย
ชุมชนบ้านลูโบ๊ะยือริง มีการตั้งบ้านเรือนและบุกเบิกที่ดินทำกินมานานไม่ต่ำกว่า 60 ปี แล้ว และต่อมาก็มีการสร้างมัสยิดและตาดีกา พื้นที่แห่งนี้รัฐไม่เคยประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือป่าอนุรักษ์ใดๆ จึงเป็นพื้นที่ที่รัฐควรจะต้องเร่งดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับประชาชน แต่รัฐกลับเลือกที่จะนำคำนิยาม “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาบังคับใช้กับพื้นที่ กรมป่าไม้จึงผูกขาดอำนาจเหนือที่ดินทั้งหมดที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ
นี่คือผลพวงของระบบการจัดการที่ดินและป่าไม้แบบรวมศูนย์ ซึ่งยิ่งถูกตอกย้ำภายใต้นโยบาย "ทวงคืนผืนป่า" ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลคือ บ้านเรือน พื้นที่เกษตร มัสยิด ตาดีกา และพื้นที่สาธารณะของชุมชน กลายเป็นการ "บุกรุกเขตป่า" หรือที่ดินของรัฐ
Tanah Kita Network เห็นว่า การออกใบอนุญาตครั้งนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่การแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา หากรัฐยังคงรวมศูนย์อำนาจการบริหารจัดการที่ดินไว้ที่กรมป่าไม้และหน่วยงานส่วนกลาง ประชาชนก็จะยังต้องรอการอนุญาตและความเมตตาจากรัฐต่อไป
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องปฏิรูประบบการจัดการที่ดินและป่าไม้ โดยกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและชุมชนมีสิทธิร่วมบริหารจัดการพื้นที่ของตนเอง โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนรวมของชุมชน เช่น มัสยิด ตาดีกา กุโบร์ และพื้นที่สาธารณะ เพราะสิ่งที่ชุมชนควรได้รับไม่ใช่เพียง "ใบอนุญาต" แต่คือ การยอมรับสิทธิของชุมชนในการจัดการพื้นที่ที่เป็นของชุมชนมาตั้งแต่ต้น
ภาพจาก SISAKHONToday I ศรีสาครทูเดย์
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/photo?fbid=1641476387984048&set=a.490212543110444