26 กรกฎาคม 2569
ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินชื่อ “เทือกเขาเมาะแต” จากข่าวๆ ต่างอยู่บ่อยครั้ง คนนอกพื้นที่คงนึกไม่ออกว่าเทือกเขาเมาะแตอยู่ตรงไหน มีสภาพเป็นอย่างไร และผู้คนดำรงชีวิตอยู่กับเทือกเขานี้แบบไหน และประสบปัญหาอะไรกันบ้าง วันนี้ Tanah Kita จึงรวบรวมข้อมูลมาให้ทุกคนได้อ่านกัน
1) เทือกเขาเมาะแต ครอบคลุมพื้นที่ราว 200,000 ไร่ ของ 8 ตำบล ของ 4 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส ได้แก่
- ต.ซากอ ต.เชิงคีรี และ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร
- ต.เฉลิม ต.กาลิซา และ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ
- ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ
- ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ
2) ชุมชนในเทือกเขาเมาะแตมีทั้งชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมที่บุกเบิกตั้งถิ่นฐานมาเกือบ 200 ปี และชุมชนขยายหรือชุมชนบุกเบิกใหม่ที่มีอายุราว 70-100 ปี ผู้คนในชุมชนทั้ง 2 แบบ ต่างดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่/ระบบนิเวศ ในรูปแบบของ “ระบบเกษตรในเขตป่าเขา” สืบมา
3) ประชาชนส่วนใหญ่ในเทือกเขาเมาะแตไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน บางแห่งไม่มีแม้แต่ใบ สค. 1 เนื่องจากความห่างไกลทุรกันดาร และความห่างเหินหรือความไม่ไว้วางใจต่อกันระหว่างชาวบ้านกับรัฐไทยในอดีต อนึ่ง เมื่อไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐจึงถือว่าที่ดินเทือกเขาเมาะแตเป็น “ป่า” หรือเป็นที่ดินของรัฐ
4) การบริหารจัดการที่ดินของรัฐในอดีตตลอด 50-60 ปีที่ผ่านมา รัฐถืออำนาจนำเอาทรัพยากรป่าและที่ดินเทือกเขาเมาะแตไปบริหารจัดการ โดยมองไม่เห็นตัวตนของประชาชนที่ดำรงชีพอยู่ในพื้นที่มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น
4.1) การนำที่ดินไปจัดตั้งนิคมสร้างตนเองแล้วนำไปจัดสรรให้คนนอกพื้นที่
4.2) การให้สัมปทานทำไม้แก่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ใน “ป่าโครงการไม้กระยาเลย ป่าฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี (นธ.1)”
4.3) การนำที่ดินของของชาวบ้านไปออกเอกสาร นส.3 ก โดยมิชอบให้แก่นายทุน
5) สถานะปัจจุบันของที่ดินเทือกเขาเมาะแต
5.1) ที่ดินทำกินและที่ตั้งบ้านเรือนชุมชนแทบทั้งหมด (บางพื้นที่รวมโรงเรียน มัสยิด ตาดีกา) มีสถานะเป็น “ป่า” ตามนิยามในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งรัฐเพิ่มความเข้มงวดในบังคับใช้กฎหมายนี้มานับแต่มีนโยบายการทวงคืนผืนป่าในยุค คสช.
5.2) ที่ดินในข้อ 5.1) เนื้อที่ประมาณ 38,222.43 ไร่ หรือ 61.1558 ตารางกิโลเมตร ถูกกันเป็นพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
6) ที่ดินรอบเทือกเขาเมาะแตถูกบริหารจัดการบนฐานการรวบอำนาจโดยส่วนกลาง (กรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) อย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และไม่ได้ให้ความสนใจต่อวิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น
#ปัญหาที่ชาวบ้านเทือกเขาเมาะแตกำลังประสบในปัจจุบัน
7) เมื่อที่ดินทำกิน (ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ) ถูกนิยามว่าเป็น “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ทำให้ ชาวบ้านกลายมาเป็นผู้อยู่อาศัยทำกินในที่ดินของรัฐอย่างผิดกฎหมาย ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ถูกรีดไกจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่สามารถโค่นต้นยางแก่ได้ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอีกต่อไป ไม่ได้รับค่าชดเชยจากรัฐเมื่อมีภัยพิบัติ โรงเรียนตาดีกาหลายแห่งไม่สามารถจดทะเบียนอย่างถูกต้องและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ “ป่า” ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484
8 ) ที่ดินในเทือกเขาเมาะแตบางส่วนกำลังถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอย่างเร่งด่วน โดยยังไม่มีการแสดงแผนที่หรือเส้นแนวเขตที่ชัดเจนให้ประชาชนพิสูจน์ทราบว่าที่ดินทำกินของพวกเขาอยู่ในเส้นแนวเขตที่กรมอุทยานฯ กำหนดหรือไม่ (กรมอุทยานฯ ปิดบังแผนที่) ขณะที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขตอุทยานฯ แต่อย่างใด