นี่คือปัญหาที่เกิดจากการให้ความหมายของ "ป่า" ตามมาตรา 4 (1) ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ที่ “ป่า” หมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน ส่งผลทำให้กรมป่าไม้มีอำนาจกว้างขวางในควบคุมเหนือพื้นที่และเหนือชีวิต วัฒนธรรมของผู้คน จนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพของคนในท้องถิ่น ดังกรณีโรงเรียนตาดีกาของชุมชนดั้งเดิมแห่งนี้ที่บ้านลูโบ๊ะยือริง ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ที่ทางการไม่ยอมจดทะเบียนให้สักทีโดยอ้างว่าโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าตามนิยามของกฎหมายข้างต้น (ทั้งๆ ที่โรงเรียนตาดีกาตั้งอยู่เขตมัสยิดที่จดทะเบียนมัสยิดมานานแล้ว) จนทำให้ตาดีกาแห่งนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนตามที่ควรจะได้จากภาครัฐ
แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าเจตนารมณ์เดิมของพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 นั้นเป็นไปเพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจในการอนุญาตตัดไม้หรือสัมปทานป่า ไม่ใช่เพื่อการสงวนรักษาป่าแต่อย่างใด อีกทั้ง “ป่า” ตามนิยามของพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ก็ไม่มีพระราชกฤษฎีกาที่ต้องมีแผนที่แนบท้ายระบุแนวเขตของป่า
นับแต่ยุคการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีนโยบายทวงคืนผืนป่า กรมป่าไม้ได้ฉกฉวยใช้ความหมายของ “ป่า” ใน พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาเข้มงวดกับการทำกินของประชาชนในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน รวมทั้งใช้สร้างเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อองค์กรปกครองส่วนถิ่นและชุมชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาในพื้นที่
ขอบคุณคุณ งามพล จะปะกิยา และเพจ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมชายแดนใต้ ที่นำเสนอเรื่องราวนี้
ประสบการณ์ของ sekolah tadika _เขตป่า
ลองกองขนาด3คนโอบและต้นทุนเรียนพันธ์พื้นถิ่น 5คนโอบ เป็นภาพที่ผมเห็นเมื่อออกเดินทางไปรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ บ่งชี้ถึงร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณนี้ของผู้คนในอดีต ตามวิถีของชาวมลายูมุสลิมเมื่อเสร็จจากตั้งถิ่นฐานก่อเกิดหมู่บ้าน ต่อไปพวกเขาเริ่มสร้างมัสยิดศาสนสถานประจำหมู่บ้านเพื่อประกอบศาสนกิจประจำ ชาวบ้านทำเรื่องขออนุญาติจดทะเบียนมัสยิดแล้วในปี 2553 จากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตามพรบ.บริหารองค์การอิสลาม2540 ต่อมาสร้างโรงเรียนรร.ตาดีกา ชาวบ้านทำเรื่องขออนุญาติจดทะเบียนรร.ตาดีกาต่อสำนักงานศึกษาเอกชนหรือ สช. แต่ ไม่ได้รับอนุญาติ เหตุผลข้ออ้าง โรงเรียนอยู่ในพื้นที่เขตป่าของรัฐ ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 ข้อเท็จจริงในเก็บข้อมูลสนาม มัสยิดและโรงเรียนตาดีกาอยู่ที่เดียวกัน โรงเรียนตาดีกาลูโบ๊ะจือริง พื้นที่ทับซ้อนกับป่า ความจริงแล้วมิใช่แค่โรงเรียนตาดีกานี้กลับกลายเป็นทั้งหมู่บ้านประมาณ100 ครัวเรือนที่อยู่ในเขตป่า แม้ต้นไม้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบรรพบุรุษของเขาอยู่มาก่อน สิทธิในที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทย ครูใหญ่โรงเรียนตาดีกาบอกว่า โรงเรียนที่ไม่มีทะเบียนทำให้ขาดงบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันจากรัฐ ครั้งหนึ่งทำให้เขาน้ำตาตก เช้าวันเสาร์เด็กนักเรียนเข้าแถวก่อนเข้าห้องเรียน มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งล้มเป็นลมหมดแรง ไต่ถามได้ข้อมูลว่า ยังไม่ได้กินข้าวเช้า น่าตกใจยิ่งกว่าไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน พ่อแม่หย่าร้าง อยู่กับยาย เด็กมาโรงเรียนก็ได้กินข้าวที่โรงเรียน เป็นเรื่องราวของโรงเรียนตาดีกาหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา เรื่องราวครูใหญ่และนักเรียนตัวเล็กๆในหุบเขา ที่รัฐราชการปฎิเสธ
20 พฤษภาคม 2568