14 สิงหาคม 2568
การเตรียมประกาศอุทยานฯที่แปลกประหลาดสุด
“การประกาศเตรียมอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไม่เหมือนที่อื่นในประเทศไทย เพราะการตั้งอุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่ทำในพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือป่าไม้ถาวร แต่ที่ดินในเทือกเขาเมาะแต ซึ่งเป็นพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ไม่ได้เป็นเขตป่าใดๆ เลย ทางกรมอุทยานฯ อ้างว่าที่นี่เป็น ‘ป่า’ ตาม พรบ. ป่าไม้ 2484 ซึ่ง “ป่า” ตามนิยามใน พรบ.นี้ คือ ที่ดินใดๆ ก็ตามทั่วประเทศนี้ที่ไม่มีเอกสารการครอบครองตามกฎหมายที่ดิน (และเป็นป่าที่ไม่มีขอบเขต) การอ้างเช่นนี้ของกรมอุทยานฯ จึงเป็นการมัดมือชก (และกำปั้นทุบดิน) เหมารวมว่าชาวบ้านบุกรุก ‘ป่า’ (ป่า ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484) ทั้งๆ ที่ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่า เพราะชาวบ้านมีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานตั้งชุมชนมานานแล้ว
แม้แต่การเข้ามาตั้งวนอุทยานแห่งชาติเมื่อต้นทศวรรษ 2510 ทางนายอำเภอในเวลานั้นยังต้องมาขอที่ดินรอบน้ำตกซีโปจากชาวบ้านเพื่อใช้เป็นที่ทำการ (ซึ่งก็คือที่ทำการของอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) ในทุกวันนี้) ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า ที่ดินเป็นของชาวบ้าน ที่นี่มีชาวบ้านทำกินตั้งถิ่นฐานชุมชนอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นในการสำรวจเพื่อกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติที่ทำครั้งแรกในปี 2539 ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องกันที่ดินของชาวบ้านออกไปก่อน แต่กลับไม่ทำ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่วนอุทยานแห่งชาติและเป็นพื้นที่ป่าโครงการไม้กระยาเลยฝั่งขวาแม่น้ำสายบุรี (นธ 1) หรือพื้นที่สัมปทานไม้เดิม ซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติและไม่ใช่เป็นป่าไม้ถาวร แต่เป็นที่ทำกินของชาวบ้าน”
บารมี ชัยรัตน์ (ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน)
เนื้อหาจาก “’ตาเนาะ กีตอ บูแก ตาเนาะ กรายอแอ’(ที่ดินของเราไม่ใช่ที่ของรัฐ): การเสวนาว่าด้วยสิทธิเหนือที่ดินที่ถูกพราก กรณีปัญหาการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปทับที่ดินทำกินประชาชน” เมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30-22.30 น. เผยแพร่ผ่านเพจ Wartani
https://www.youtube.com/watch?v=SAFi-BPPU