4 กันยายน 2568
“บ้านผมอยู่นี่เป็นร้อยปีแล้ว หรือว่าเป็นเขตมลายูอยู่รัฐถึงออกเอกสารสิทธิ์ไม่ได้”
ชาวบ้านซีโปจี้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ 3 จังหวัด แก้ปัญหาอุทยานประกาศทับที่
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัด “ประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปแยกเป็นรายหมู่บ้าน” ใน ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อย่างไรก็ดีชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าตนไม่ทราบมาก่อนว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการจัดรับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป อันเป็นขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 สำหรับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านได้รับแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 วันเท่านั้นว่าทางหัวหน้า (เตรียมประกาศเขต) อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปขอนัดประชุมที่มัสยิด และชาวบ้านต่างไม่ทราบว่าเป็นการประชุมในเรื่องใด
จากการให้สัมภาษณ์ของนายอาหะหมัด เบนโน ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) กล่าวว่า หมู่บ้านซีโปมีการตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 100 ปีแล้ว ดังจะเห็นได้จากต้นลองกองอายุ 200 ปี อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รัฐเคยให้สัมปทานแก่นายทุนข้างนอกมาใช้ประโยชน์ในที่ดินอยู่เป็นเวลานาน ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านซีโปประสบมาตลอดก็คือ การไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน อย่างมากก็มีแค่ใบ ส.ค.1 เท่านั้น กล่าวคือ เป็นเพียงใบแจ้งการครอบครองที่ดินเป็นหลักฐานว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่า ตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ (แต่ปัจจุบันตามข้อมูลของกรมที่ดินไม่มีการแจ้ง ส.ค.1 อีกแล้ว) ส.ค.1 จึง ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิที่ดิน เนื่องจากไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้แต่เป็นเพียงการแจ้งการครอบครองที่ดินของราษฎรเท่านั้น เป็นผลให้ที่ผ่านมาชาวบ้านซีโปไม่เคยเข้าถึงช่องทางดำเนินการเพื่อขอให้รัฐออกเอกสารสิทธิอย่างเป็นธรรม
“มีคำถามเต็มหัวชาวบ้านไปหมดว่าอะไรคือกฎเกณฑ์ออกโฉนดที่ดินของรัฐ อีกหมู่บ้านใกล้ๆกันแต่เป็นไทยพุทธทำไมรัฐถึงออกให้ได้ มีไฟฟ้า มีทะเบียนบ้านอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด แต่ทำไมบ้านผมอยู่นี่เป็นร้อยปีแล้ว หรือว่าบ้านผมเป็นเขตมุสลิม มลายูอยู่ถึงออกเอกสารไม่ได้” อาหะหมัดกล่าว
อย่างไรก็ดีท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองไทยเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี หรือในทางกลับกันก็มีข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ในปัจจุบันนั้น ยังมีอีกหลายคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของประชาชนถูกค้างและชะลอภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยที่ถูกเปลี่ยนนายกรัฐมตรีมาแล้ว 2 คนและอาจจะมีคนที่ 3 ในเร็ววัน แต่กรณีปัญหาพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปกลับเงียบหายและถูกทิ้งไว้ท่ามกลางกระแสสังคม ตามทรรศนะของอาหะหมัด เบนโนมองว่า " ปัญหาในพื้นที่ของตนผ่านการเรียกร้องในหลายรัฐบาลแต่ก็ยังไม่เคยถูกแก้ไข ดังนั้นตนยังมองว่าการเมืองในรัฐสภากลับถูกทำให้เป็นเรื่องของชนชั้นนำ การเมืองของตนจึงมีแค่บนท้องถนนเท่านั้น แม้ว่าไม่เคยได้รับชัยชนะเนื่องจากรัฐนำกฎหมายที่มีอายุร้อยกว่าปีอย่างกฎอัยการศึกมาบังคับใช้ในพื้นที่สามจังหวัด"
ทั้งนี้แม้ว่าปัญหาที่ดินทำกินไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ในสามจังหวัดชายแดนใต้โดยตรง ชาวบ้านซีโปหลายๆคนก็ยังคงมองว่าเป็นความพยายามของรัฐในการกดทับเสียงของชาวบ้านให้ไม่สามารถมีสิทธิ มีเสียง หรือแสดงความคิดเห็นต่อความไม่เป็นธรรมในสิทธิขั้นพื้นฐานและการถูกเลือกปฏิบัติในสังคมได้ เพราะมักจะถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐเสมอ หากจะแก้ไขปัญหาพื้นฐานเหล่านี้ได้ต้องยกเลิกบังคับใช้กฎหมายพิเศษเสียที
ติดตามข่าวสารของสมัชชาคนจน
IG : assemblyofthepoor.official
FB : สมัชชาคนจน Assembly of the Poor
Tiktok : @thaipooract
twiter (x) : @AssemblyPoor