2 กรกฎาคม 2569
[คลิป VDO] #การมีส่วนร่วมที่สำคัญที่สุดนี่ไม่ใช่การรับฟังความเห็นแต่คือจัดทำแนวเขตร่วมกัน
บารมี ชัยรัตน์ (ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน) ชี้ถึงความไม่ชอบมาพากลหลายประการในการเตรียมจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เช่น เมื่อปี 2565 อุทยานฯ เคยจัดรับฟังความเห็นและเตรียมส่งเรื่องการตั้งอุทยาน เข้า ครม. โดยที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง หรืออ้างคำสั่ง คสช. ที่ถูกยกเลิกไปแล้วมาบังคับประชาชนไปชี้แปลงที่ดินของตน แทนการจัดทำแนวเขตใหม่ ฯลฯ
บารมีย้ำว่า การมีส่วนร่วมที่สำคัญที่สุดนี่ไม่ใช่การรับฟังความเห็น แต่คือการเดินดูด้วยกันเพื่อจัดทำแนวเขตร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับอุทยานฯ (ไม่ใช่การที่อุทยานกำหนดแผนที่แนวเขตมาก่อน แล้วจึงสำรวจแปลงที่ทำกินของประชาชนในแนวเขต) ที่ผ่านมามีตัวอย่างจากการตั้งอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอื่นๆ หลายแห่ง ที่มีการเดินเพื่อจัดทำแนวเขตร่วมกันที่เรื่องจบลงด้วยดี
ที่สำคัญ พื้นที่รอบเขาเมาะแตไม่ใช่ "ป่า" ใดๆ ไม่ใช่ป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ใช่ป่าคุ้มครองฯ ไม่ใช่ป่าไม้ถาวร ไม่เคยมีการสำรวจขอบเขตป่าตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 เพราะที่นี่ไม่ใช่ป่า ดังนั้น ชาวบ้านจึงมีความชอบธรรมและมีสิทธิเหนือที่ดินของตนอย่างเต็มที่
====================
หมายเหตุ: เนื้อหาจาก งาน “ถอดบทเรียนรอบ 3 ปี การจัดการความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน: กรณีการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป” จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 9:00 - 13:00 น. ณ ห้องประชุมดุซงรายา องค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
รับผิดชอบโครงการ โดย
• โครงการวิจัย สู่การปฏิรูปการเมืองไทย และการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยั่งยืน (สนับสนุนโดย สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม)
• เครือข่ายนักวิชาการศึกษานโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนศ.จชต.)
ร่วมจัดโดย
• สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
• Institute of Human Rights and Peace Studies, Mahidol University สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
• Faculty of Political Science, Prince of Songkla University คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
• สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ Lihat Sedikit