Tanah Kita Network กับ การทำวิจัยออแฆกำปง *(ตอนที่ 2) *
การบันทึกภาพและประเด็นจากการเดินสำรวจพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจประวัติการบุกเบิกที่ดินทำกินบ้านลูโบ๊ะยิอริง หมู่ 5 ตำบลศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ข้อมูลชี้ชัดถึงกระบวนการแย่งยึดที่ดินของประชาชนโดยรัฐ (land grabbing) ในนามการอนุรักษ์ป่า
ตามที่เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้ทำ “#วิจัยออแฆกำปง” เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการส่งเสริมสิทธิด้านที่ดินทำกิน โดยในกระบวนการทำวิจัยมีการเก็บข้อมูลด้านประวัติชุมชน/การตั้งถิ่นฐาน/การบุกเบิกที่ดินทำกิน และการใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้น ที่ผ่านมาทีมวิจัยและที่ปรึกษาจาก #เครือข่ายนักวิชาการศึกษานโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนศ.จชต.) และจาก สมัชชาคนจน Assembly of the Poor (สคจ.) ได้ลงเดินสำรวจพื้นที่ทำกินของประชาชนและเก็บข้อมูลในเขตบ้านลูโบ๊ะยือริง หมู่ที่ 5 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โดยรับความอนุเคราะห์จากทีมงาน #องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต
จากการสำรวจและเก็บข้อมูลพบว่า ที่นี่เป็นพื้นที่สวนยางพาราของประชาชน หลายแปลงเป็นสวนยางพาราแบบดั้งเดิมที่ต้นยางมีอายุแก่มากแล้ว หลายต้นมีลำต้นมีขนาดใหญ่เท่าคนโอบ รวมทั้งมีสวนผสมผสาน มีต้นไม้ผลหลายชนิด มีต้นหมาก ต้นมะพร้าวที่สูงตระหง่าน อันชี้ให้เห็นว่าประชาชนได้มาบุกเบิกก่อร่างสร้างสวนที่นี่มาเป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้ว บางส่วนเป็นสวนของคนในลูโบ๊ะยือริงเองและบางส่วนเป็นสวนของคนจากหมู่บ้านใกล้เคียง โดยเฉพาะจากบ้านกาหนั๊วะ ต.กาลิซา อ.ระแงะ ที่เดินเท้ามาบุกเบิกที่ดินทำสวนมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ
อย่างไรก็ดี แม้ประชาชนจะได้ครอบครองและทำกินในที่ดินบริเวณนี้มานานหลายสิบปี แต่พวกเขาก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและพวกเขาเองก็ไม่ทราบข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งยังไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารสิทธิ ขณะบางส่วนได้รับคำสัญญาจากผู้รับสัมปทานตัดไม้จากรัฐในอดีตว่าจะดำเนินการขอเอกสารสิทธิให้ แต่คำสัญญานี้ก็ไม่เคยเป็นความจริง กระนั้นแม้จะไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน แต่พวกเขาก็ยังคงสามารถทำกินในที่ดินเป็นปกติได้เรื่อยมา
ปัญหาได้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ที่เริ่มมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า สวนของพงกเขาเป็นพื้นที่ป่าของรัฐ โดยอ้างพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อ้างว่าที่นี่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปแต่อย่างใด ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเดินลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงปีหลังๆ ก็ได้บินโดรนสอดส่องพื้นที่อยู่เสมอ เริ่มมีประชาชนจับกุมจากการใช้ประโยชน์จากไม้ในพื้นที่สวนของตนเอง ตั้งแต่นั้นมาประชาชนก็ไม่สามารถเข้ามาทำกินในสวนของตนเองได้โดยสะดวกตามปกติอีก โดยไม่กล้าใช้เวลาอยู่ในสวนนานดังเดิม แต่ละครั้งต้องรีบเร่งในการกรีดยางหรือเก็บผลผลิต ไม่มีโอกาสที่จะถางหญ้าหรือบำรุงสวนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ บ้านพักที่เคยสร้างไว้ก็ต้องปล่อยทิ้งร้างให้ผุผัง ไม่สามารถเข้าไปซ่อมแซมได้ ไม้ใหญ่ในสวนที่ล้มเพราะอายุหรือพายุลมแรงก็ต้องถูกทิ้งไว้ ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์
ทั้งนี้ ปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการบีบบังคับให้ชาวบ้านต้องออกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินไปทีละน้อยๆ อันเป็นกระบวนการแย่งยึดที่ดินของประชาชนโดยรัฐ (land grabbing) โดยอ้างความชอบธรรมว่ากำลังอนุรักษ์ป่านั่นเอง