ปัญหาที่ดินทำกินที่พวกเรากำลังประสบและเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างมากก็คือ การที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำลังจะเตรียมประกาศจัดตั้ง อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยแนวเขตอุทยานฯ ที่กรมฯ กำหนดนั้นยังคงทับบนที่ดินทำกิน (สวนยาง สวนผลไม้) ของชาวบ้านอยู่จำนวนไม่น้อย ทั้งนี้ ชีวิตทุกคนจะเปลี่ยนไปทันทีหากการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปสำเร็จโดยไม่มีการกันที่ดินชาวบ้านออกให้หมดก่อน
ขอย้ำว่า พวกเราไม่ได้คัดค้านการจัดตั้งอุทยานฯ แต่เราขอให้ขยับแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไปให้พ้นจากที่ดินของพวกเรา
พวกเราใน 8 ตำบลนี้ ก็ยังมีปัญหาเรื่องที่ดินอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน (ทั้งๆ ที่ปู่ย่าตายายของเราใช้เรี่ยวแรงและสองมือบุกเบิกที่ดินที่สวนและก่อร่างสร้างชุมชนมานานนับ 100 ปี) ปัญหาที่ดินทำกินและที่ตั้งชุมชนถูกตีความให้เป็นพื้นที่ “ป่า” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 (ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ล้าหลัง และถูกรัฐบาลทหาร คสช. หยิบเอามาใช้อย่างผิดเจตนารมย์เดิม เพื่อขับไล่ชาวบ้านออกจากป่า) ปัญหาจากการที่ทางการได้ออกเอกสารสิทธิ นส. 3 ก ให้กับนายทุนคนนอก (นอมินีนายทุน) ทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน ปัญหาการถูกข่มขู่รีดไถจากเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจดูแลป่าไม้ ฯลฯ
พวกเราตั้งใจใช้ชื่อ Tanah Kita เพื่อที่จะบอกกับสังคมว่า ที่ดินนั้นเป็นของพวกเราผู้เป็นชาวบ้าน/ประชาชน และที่ดินก็เป็นของพวกเรามานานแล้วตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายของพวกเราที่เป็นคนรุ่นบุกเบิก (ออแฆ ดูลู ดูลู) แม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถเข้าถึงการขอเอกสารสิทธิในที่ดินได้ (ดังคนรวย คนมีเส้นสาย คนมีอิทธิพล ที่มักขอเอกสารสิทธ์ นส. 3 ก ได้อย่าง่ายดาย) แต่พวกเรามีสิทธิในฐานะเจ้าของที่ดินอย่างชอบธรรม รัฐต่างหากที่ล้มเหลวมาตลอดเป็นเวลาเกือบศตวรรษที่ไม่สามารถบริหารจัดการการออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งรัฐยังเป็นผู้บุกรุกเรา/ละเมิดสิทธิในที่ดินของเราด้วยการออกกฎหมายมาประกาศเขตป่าหรือเขตอนุรักษ์ทับบนที่ดินของเรา