Tanah Kita Network ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยาน คัดค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการประกาศเขตอุทยานฯ น้ำตกซีโป ชี้วิถีการทำกินของชาวบ้านสอดคล้องกับสภาพภูมินิเวศและมีความยั่งยืนกว่า 200 ปี เพียงแค่หลังจากการประกาศเขตพื้นที่ 'เตรียมการ' อุทยานฯ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก เจ้าหน้าที่สร้างอุปสรรค ทั้งต่อการทำกิน-จับกุม-ตัดฟันโค่นต้นไม้
จดหมายถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ ผ่าน ผู้ว่าฯ นราธิวาส ระบุว่าชุมชนบ้านกาหนั๊วะ ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีประวัติการตั้งถิ่นฐานมาไม่ต่ำกว่า 200 ปี โดยชาวบ้านได้บุกเบิกที่ดินทำกินเพื่อการดำรงชีพทั้งในบริเวณที่ราบที่เหมาะแก่การทำนา และบริเวณเชิงเขา/เนินเขาเพื่อปลูกไม้ยืนต้นจำพวกยางพาราและไม้ผล อันเป็นวิถีการทำกินที่สอดคล้องกับสภาพภูมินิเวศและมีความยั่งยืนสืบมา
อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการประกาศเขตพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ซึ่งมีความพยายามที่จะกำหนดแนวเขตซึ่งมาทับที่ดินของชาวบ้านนั้น ชาวบ้านกาหนั๊วะประสบความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่มาเฝ้าระวังตรวจตราอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อสร้างอุปสรรคมิให้ชาวบ้านทำเข้าประโยชน์ในที่สวนของตนเอง ที่สำคัญมีการห้ามการตัดโค่นไม้ยางพาราที่หมดสภาพเพื่อปลูกใหม่ทดแทนอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีชาวบ้านหลายรายที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม หรือไม่ก็ถูกเจ้าหน้าที่บุกรุกเข้ามาตัดฟันพืชผลอาสินในสวน นอกจากนั้น การประกาศเขตพื้นที่เตรียมการฯ ยังทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเดินเรื่องเพื่อขอเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินจากหนังสือแสดงการครอบครองที่ดิน (สค.1) หรือจากหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ได้อีกต่อไป อันทำให้ชาวบ้านไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและการประกอบอาชีพ รวมทั้งเสียสิทธิที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐที่กำหนดให้เฉพาะเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิในที่ดินเท่านั้น อนึ่ง หลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านกาหนั๊วะและชาวบ้านจากชุมชนข้างเคียงได้ทำเรื่องร้องเรียนหลายหนเพื่อให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาด้วยการแบ่งเขตป่าอนุรักษ์กับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านให้ชัดเจนก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขตนี้
ทั้งนี้เมื่อกลางปี 2565 ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมอุททยานฯ ในระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม- 22 กันยายน 2565 โดยระบุว่า “ตามระเบียบในการกำหนดพื้นที่บริเวณใดเป็นอุทยานแห่งชาติ การขยายอุทยานแห่งชาติ หรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการ จึงได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชน ในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติ” ดังปรากฏรายละเอียดใน http://news.dnp.go.th/news/18816
พวกเราในฐานะประชาชนที่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เห็นว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่ได้ดำเนินการกันแนวเขตที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านออกจากแนวเขตที่ดินที่จะใช้ประกาศเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป อีกทั้งกรมอุทยานฯ ก็ยังไม่ได้ชี้แจงแนวเขตกับบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนนำไปใช้ประกอบการรับฟังความคิดเห็นตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ที่สำคัญ การดำเนินการของกรมอุทยานฯ ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรอบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ได้รับรู้ถึงกระบวนการกำหนดแนวเขตดังกล่าว รวมถึงการที่ชาวบ้านไม่ได้รับทราบเลยว่าได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นไปเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งการเปิดรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ก็ไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของชาวบ้านผู้ซึ่งเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตหรือไม่รู้หนังสือภาษาไทย ทั้งๆ ที่การประกาศเขตอุทยานฯ นั้นจะส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ประกอบกับบทลงโทษภายใต้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ที่มีความรุนแรงยิ่ง ก็จะยิ่งสร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านโดยรอบ
Tanah Kita Network ได้รวบรวมรายชื่อ เพื่อคัดค้านและไม่ยอมรับการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปในครั้งนี้ พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ทางกรมอุทยานฯ ยุติการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไว้ก่อนจนกว่าจะร่วมกำหนดแนวเขตกับชุมชนโดยรอบให้มีความชัดเจนและไม่กระทบต่อที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน