เปิดจดหมาย Tanah Kita Network #ฉบับที่ 1 ถึง นายกรัฐมนตรี
ขอให้แก้ไขปัญหาแนวเขตเตรียมจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำซีโปทับที่ดินทำกินของประชาชน (ฉบับเต็ม)
TKN ที่ 01/2568
16 มกราคม 2568
เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
เรียน นายกรัฐมนตรี
อ้างถึง ที่ ทส.0960/พิเศษ 8 เรื่อง ชี้แจงข้อแถลงการณ์ Tanah Kita Network ลงวันที่ 2 มกราคม 2568
เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) เป็นเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ ต.กาลิซา ต.เฉลิม ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ ต.ศรีบรรพต ต.เชิงคีรี และ ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ และ ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่รวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินอันเนื่องมาจากการไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินและมีการเตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปในพื้นที่ดังกล่าว โดยทางเครือข่ายได้เรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระงับการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไว้ก่อนและขอให้ดำเนินการจัดทำแนวเขตอุทยานฯใหม่เพื่อไม่ให้ทับที่ดินของสมาชิกเครือข่าย แต่กรมอุทยานฯ กลับไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องของทางเครือข่ายฯ มิหนำซ้ำยังพยายามหาข้ออ้างให้ทางเครือข่ายฯ ทำตามแนวทางที่กรมอุทยานฯ กำหนดขึ้นมาด้วยการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุดคือ
1) คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาที่ดินในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอย่างมีส่วนร่วม และ
2) คณะทำงานสำรวจแนวเขตที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
ซึ่งทางเครือข่ายมีข้อสังเกตต่อการดำเนินแก้ไขปัญหาของกรมอุทยานฯดังนี้ คือ
1. กรมอุทยานฯ อ้างว่า ได้ระงับการการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปเป็นการชั่วคราว ทั้งที่กรมอุทยานฯ เคยอ้างว่าเรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติไปแล้วและกำลังเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ไม่ได้มีเอกสารใดๆ มาแสดงแม้แต่ฉบับเดียว
2. ในการประชุมชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ กรมอุทยานฯ ได้ชี้แจงแกมบังคับให้ประชาชนแต่ละรายจะต้องไปชี้แนวเขตที่ดินของตนว่าตั้งอยู่บริเวณไหน มีเนื้อที่เท่าไร หากไม่เข้าร่วมการสำรวจแปลงฯ ที่ดินแปลงนั้นจะถูกกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยใช้แผนที่ที่ทางกรมอุทยานฯ จัดทำขึ้นมาเป็นแนวเขต และใช้เอกสารแบบฟอร์มเดียวกับการสำรวจแปลงที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตามคู่มือการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน ตามมาตรา 64 ของพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
3. เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่มาชี้แจงก็ไม่ได้มีหลักประกันใดว่าเมื่อเข้าร่วมการสำรวจแปลงฯ แล้ว ที่ดินของประชาชนจะไม่ถูกกำหนดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปนอกจากคำสัญญาแบบปากเปล่าของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง อีกทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ยังปิดบังความจริงที่ว่าหลังการสำรวจแปลงฯ ก็ยังจะต้องมีขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิอีกว่าผู้ครอบครองได้ทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมานานจริงหรือไม่ ไม่นับรวมการโกหกประชาชนที่ไม่ทราบเนื้อหา ว่าหลังการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปแล้ว ประชาชนยังสามารถเข้าไปทำกินในที่ดินของตนในอุทยานแห่งชาติได้โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการจับกุม และโกหกว่าหลังการจัดตั้งอุทยานฯ ที่ดินนอกเขตอุทยานฯ จะได้รับเอกสารสิทธิที่ดิน ทั้งที่จริงยังมีข้อกฎหมายและแนวนโยบายรัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการที่ประชาชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติจะได้รับเอกสารสิทธิที่ดินอยู่หลายฉบับ และไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของกรมอุทยานฯ ในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินด้วย
ทางเครือข่ายฯ เห็นว่าการดำเนินการของกรมอุทยานฯ นั้น ไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาที่ควรจะเป็น ไม่มีความจริงใจ และไม่ได้เคารพในสิทธิเหนือที่ดินของประชาชนในท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่กลับเป็นวิธีการที่มุ่งจะแย่งยึดที่ดินทำกินของประชาชนอย่างแยบยล ฉกฉวยใช้ประโยชน์จากความไม่รู้และสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชน เพื่อให้การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปเป็นไปตามความต้องการของกรมอุทยานฯ มากกว่าที่จะคำนึงถึงผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้ทางเครือข่ายฯขอยืนยันว่า ในการแก้ไขปัญหาแนวเขตเตรียมการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปต้องวางอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า ในขณะนี้ยังไม่มีแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปตามกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่มีประชาชนรายใดที่มีที่ดินทำกินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ดังนั้น จึงควรแก้ปัญหานี้ด้วย “การร่วมกันจัดทำแนวเขตอุทยานฯ” ไม่ใช่ “การสำรวจการครอบครองที่ดินของประชาชนในแนวเขต” ตามที่กรมอุทยานฯ กำลังทำ
ดังนั้นทางเครือข่าย จึงขอความอนุเคราะห์ให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการตรียมจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ดังนี้
1. ขอให้ระงับการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปไว้ก่อนจนกว่าการเจรจาเรื่องแนวเขตระหว่างกรมอุทยานฯ กับเครือข่ายฯ จะได้ข้อยุติร่วมกัน ทั้งนี้ ขอให้ทางกรมอุทยานฯ นำเอกสารที่เป็นทางการมาแสดงต่อชาวบ้าน
2. ขอให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง 1) คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาที่ดินในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอย่างมีส่วนร่วม และ 2) คณะทำงานสำรวจแนวเขตที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และขอให้ยุติการดำเนินการตามแนวทางของคณะทำงานทั้ง 2 ชุดดังกล่าวทันที
3. ในระหว่างนี้ขอให้สมาชิกเครือข่ายได้ทำมาหากินตามปกติ โดยให้เป็นไปตามบันทึกแนวทางการบรรเทาปัญหาความเดือนร้อนของสมาชิกสมัชชาคนจนที่อาศัยหรือทำกินในที่ดินของรัฐทุกประเภทในระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา
4. สั่งการให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการจัดทำแนวเขตอุทยานร่วมกับทางเครือข่ายฯ โดยไม่ต้องดำเนินการสำรวจที่ทำกิจของสมาชิกเครือข่ายเป็นรายแปลง และดำเนินการตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network)