ที่มา: ประชาไท 10-11-2024
ที่มา: ประชาไท 10-11-2024
Tanah Kita Network ขอให้กรมอุทยานฯ หยุด ‘ฟอกขาว’ การจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเดินสำรวจแนวแนวเขตฯ ยืนยันการกันแนวเขตอุทยานออกจากที่ดินทำกินประชาชนต้องไม่ใช่การสำรวจที่ดินรายแปลง หวั่นตำรวจร่วมเป็นคณะทำงานฯ เป็นการเตรียมพร้อมจับกุมชาวบ้าน
10 พ.ย. 2567 ตามที่เครือข่ายประชาชนปกป้องสิทธิในที่ดินรอบพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (Tanah Kita Network) ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอบเขาเมาะแตในพื้นที่ 8 ตำบลของอำเภอระแงะ ศรีสาคร จะแนะ และรือเสาะ จ.นราธิวาส จากการที่ที่ดินทำกินกำลังจะถูกประกาศให้อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปนั้น ที่ผ่านมาทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ และจังหวัดนราธิวาส ได้ออกคำสั่งจังหวัดนราธิวาสที่ 298/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาที่ดินในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอย่างมีส่วนร่วม โดยอ้างว่าได้ให้ตัวแทน Tanah Kita Network เข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วยนั้น
Tanah Kita Network เชื่อว่าการตั้งกรรมการดังกล่าวเป็นการเดินหน้าจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปให้สำเร็จตามแผน มากกว่าเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่จะสูญเสียที่ดินทำกินจากการจัดตั้งอุทยานฯ อีกทั้งการตั้งคณะทำงานชุดนี้ยังแสดงถึงความไม่จริงใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานนี้ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยอำนาจของจังหวัดนราธิวาสตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และเป็นหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ตามกฎหมายที่จะต้องกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติไม่ให้ทับที่ดินของประชาชน ดังนั้น การแต่งตั้งคณะทำงาน จึงเป็นการสร้างความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นโดยใช่เหตุ
ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค. 2566 Tanah Kita Network ได้ทำหนังสือขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานนี้ และ Tanah Kita Network ได้เสนอทางออกให้ทางกรมอุทยานนัดหมายประชาชนและผู้นำของแต่ละชุมชนมาเดินแนวเขตที่จะกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปใหม่ร่วมกันโดยไม่ให้ทับที่ดินทำกินของประชาชน จากนั้นให้ทางกรมอุทยานจัดเวทีรับฟังคิดเห็นตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ดี ปรากฏว่าทั้งทางกรมอุทยานและจังหวัดนราธิวาส กลับไม่ได้ใส่ใจรับฟังข้อคัดค้านของประชาชน Tanah Kita Network เลยแม้แต่น้อย ไม่มีการยกเลิกคำสั่งจังหวัดนราธิวาสดังกล่าว และทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนราธิวาส และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี ยังคงเดินหน้าประชุมคณะทำงานนี้ มิหนำซ้ำยังได้ออกคำสั่งจังหวัดนราธิวาส ที่ 4717/2567 เพื่อแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มมาอีกชุดหนึ่ง คือ “คณะทำงานสำรวจแนวเขตที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส” ด้วย
เครือข่ายระบุอีกว่า หากพิจารณาจากอำนาจหน้าที่และแผนการดำเนินงานของคณะทำงานชุดใหม่นี้ เป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่งว่า การแต่งตั้งคณะทำงานนี้วางอยู่บนฐานแนวคิดว่า ประชาชนในเขาเมาะแตเป็นผู้บุกรุกป่า เสมือนอุทยานแห่งน้ำตกซีโปดำรงอยู่แล้ว ทำให้แผนการดำเนินงานของคณะทำงานมุ่งไปที่การสำรวจที่ดินทำกินรายแปลงของประชาชน เพื่อบีบบังคับให้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิว่าได้อยู่ทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่าหรือไม่ ด้วยการใช้แผนที่ตามภาพถ่ายดาวเทียม การแปลภาพถ่ายทางอากาศ และการใช้ภาพออโธสี ทั้งที่ในความเป็นจริงที่ทำกินและที่อยู่อาศัยรอบเขาเมาะแตไม่ได้เป็นป่าอนุรักษ์ใด ๆ มาก่อนเลย
Tanah Kita Network มีความเห็นว่า ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานมีหน้าที่ตามกฎหมายในการกันที่ดินทำกินของประชาชนออกจากพื้นที่ที่จะกำหนดเป็นอุทยานแห่งขาติให้เรียบร้อย แต่ไม่มีหน้าที่และไม่มีสิทธิที่จะมาทำการบังคับสำรวจที่ดินรายแปลงของประชาชน
นอกจากนี้องค์ประกอบของคณะทำงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของแต่ละอำเภอมาร่วมด้วย ทำให้เครือข่ายมีความกังวลว่าในกระบวนการสำรวจที่ดินรายแปลงนี้ ทางการพร้อมจะจับกุมดำเนินคดีผู้ทำกินในที่ดินที่รัฐอ้างว่าเป็น ‘ป่า' หรือเป็นที่ดินของรัฐได้ทุกเมื่อ
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐไทยกับประชาชนในกรณีการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป Tanah Kita Network จึงมีข้อเรียกร้องต่อกรมอุทยานแ และจังหวัดนราธิวาส ดังนี้
1) ยกเลิกทั้งคำสั่งจังหวัดนราธิวาสที่ 298/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาที่ดินในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปอย่างมีส่วนร่วมและคำสั่งจังหวัดนราธิวาส ที่ 4717/2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานสำรวจแนวเขตที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส ในทันที
2) ให้ทางกรมอุทยานนัดหมายประชาชนและผู้นำในแต่ละชุมชนเดินเท้าเพื่อจัดทำแนวเขตที่จะกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปใหม่ร่วมกัน โดยไม่ให้ทับที่ดินทำกินของประชาชน ทั้งนี้โดยไม่ต้องตั้งคณะทำงานฯ และไม่ต้องทำการสำรวจรายแปลงให้ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด เมื่อจัดทำแนวเขตที่จะกำหนดเป็นอุทยานใหม่เสร็จ พร้อมกับการแสดงสัญลักษณ์เส้นแนวเขตใหม่ให้ประชาชนในแต่ละชุมชนได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ก็ให้ทางกรมอุทยานฯ จัดเวทีรับฟังคิดเห็นตามกฎหมายต่อไป